วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ปลาปักเป้าขน




Hairy  puffer
ปลาปักเป้าขน
                ปลาปักเป้าขน (Hairy  puffer) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tetraodon baileyi  อยู่ในวงศ์ปลาปักเป้าฟันสี่ซี่  เป็นปลาน้ำจืดที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย มีลักษณะหัวโต ตาเล็กกว่าปลาปักเป้าชนิดอื่นๆ  หัวและลำตัวมีติ่งหนังแตกปลายคล้ายๆขนเรียงรายอยู่รอบๆตัว ซึ่งก็จะเป็นที่มาของชื่อมัน เมื่อติ่งหนังที่คล้ายๆขนนั้นขาดไป มันก็สามารถที่งอกขึ้นมาใหม่ได้อีก ส่วนใหญ่แล้วจะพบบริเวณแม่น้ำโขงของไทย หรือบริเวณที่เป็นแก่งหิน ลำตัวจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลแดงหรือสีกากี มีจุดประสีจาง ครีบหางสีน้ำตาลอมเหลือง และมีประสีคล้ำ โดยปลาที่อยู่ตามแก่งน้ำที่ไหลแรงจะมีติ่งหนังมากกว่าที่อยู่น้ำไหลช้า หรือบางตัวไม่มีเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอาหารที่มันกินไปด้วย มีขนาดลำตัวประมาณ 10 ซม.หรืออาจจะมากกว่านั้นถึง 12 ซม.





วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หมึกดัมโบ้




Dumbo octopus

หมึกดัมโบ้


         หมึกดัมโบ้ เป็นปลาหมึกน้ำลึก พันธุ์ Grimpoteuthis ที่ถูกเรียกเล่นๆ

ว่า หมึกดัมโบ้ " Dumbo octopus " เนื่องจากคลีบที่เหมือนใบหูบนหัว (แต่

ความจริง เป็นลำตัวไม่ใช่หัว) ช่างคล้ายกับ ช้างสีชมพู มีใบหูขนาดใหญ่ ซึ่ง

ทำให้ให้ช้างน้อยตัวนี้บินได้ จากการ์ตูนดังของ (Walt Disney’s) คลีบใหญ่นี้

มีประโยชน์ในการช่วยว่ายน้ำ

          เจ้าหมึกตัวนี้จะอยู่ในน้ำที่มีความลึกประมาณ 200-5000 เมตร

แล้วก็มีการค้นพบในระดับความลึกที่ 7000 เมตร เมื่อโตเต็มวัย ประมาณ 20

 เซ็นติเมตร พบได้ทุกมหาสมุทร มีร่างกายอ่อนนุ่ม และกึ่งโปล่งใส มีครีบ

ขนาดใหญ่ สองอันบนร่างกาย พังผืดยึดระหว่างหนวด ตัวผู้จะมีหนวดยาว 2

หนวดเพื่อการผสมพันธุ์

          การเคลื่อนที่ โดยใช้ครีบ และขยับหนวด ดันน้ำเข้าสู่ช่องดูดน้ำ เพื่อ

ผลักดันน้ำออกมาเป็นไอพ่น พวกมันสามารถว่ายน้ำลอยขึ้นเหนือท้องทะเลได้

เล็กน้อยเพื่อมองหาเหยื่อ จำพวก หอยทาก หนอน อื่นๆ








วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

ปูแมงมุมญี่ปุ่น


Giant Spider Crab

ปูแมงมุมญี่ปุ่น



        ปูแมงมุมญี่ปุ่น (giant spider crab หรือ stilt crab) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Macrocheira  kaempferi จัดอยู่ในวงศ์ Majidae ปูชนิดนี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ทาคาชิกามิ (takaashigami) แปลว่า ปูขายาว ลักษณะกระดองคล้ายรูปหัวใจกว้าง 30-45 เซนติเมตร และยาว 25-30 เซนติเมตร  และมีน้ำหนักตัว 20 กิโลกรัม ลำตัวมีสีส้ม มีจุดแต้มสีขาว มีขา 8 ขา และก้าม 2 อัน ขายาวเรียวมาก เวลาแผ่ขากางออกวัดจาปลายตีนข้างหนึ่งไปยังปลายตีนอีกข้างหนึ่งได้กว้างมากถึง 8 เซนติเมตร เวลายกก้ามหนีบขึ้นต่อสู้ ก้ามแต่ละข้างจะอยู่ห่างกันประมาณ 3 เมตร กระดองและขามีลักษณะขรุขระ เป็นปุ่มหนาม ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ( Pacific Ocean ) ที่ความลึก 300 - 400 เมตร บริเวณรอบๆ เกาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่มาของชื่อมัน  ตั้งแต่เมืองคามาอิชิ (Kamaishi) ในเกาะ
ฮอนชูลงไปทางทิศใต้จนถึงเกาะคิวชิวที่มีพื้นทะเลเป็น ทรายหรือเป็นโคลน เนื่องจากมันทรงตัวได้ไม่ดีนัก จึงต้องอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำนิ่งอาหารของปูแมงมุมญี่ปุ่น ก็จะเป็นพวกซากสัตว์ที่ตาย และพวกสัตว์มีเปลือก เช่น กุ้ง หอยต่างๆ ปูแมงมุมสามารถมีอายุยืนได้ถึง 100 ปี ปูชนิดนี้มีรายงานพบเป็นครั้งแรกในทวีปยุโรป ในหนังสือของ อิงเกลเบิร์ต เคมพ์เฟอร์ 
(Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ประจำ Dutch East Indian Company ซึ่งได้เดินทางไปยัง
ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2233 ปูชนิดนี้ต่อมาจึงได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ตามชื่อของ
เคมพ์เฟอร์





วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ฉลามครุย


Frilled shark

ฉลามครุย

        ฉลามคครุย (Frilled shark) หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chlamydoselachus anguineus ในอยู่ในวงศ์ Chlamydoselachidaeโดยคำว่า anguineus มาจากภาษาลาตินที่มีความหมายว่า เหมือนงู (snakelike) พวกมันเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ฉลามโบราณเดิมเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว  แต่มีรายงานพบในหลายพื้นที่ รวมถึงในเขตน่านน้ำของญี่ปุ่น ทำให้ปลาฉลามครุยกลายเป็น "ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต" อีกชนิดหนึ่งของโลก เพราะเชื่อว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะเลยมาตั้งแต่ยุคครีเทเชียสจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2007 ปลาฉลามชนิดนี้ได้สร้างความฮือฮากลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งโลก เมื่อชาวประมงชาวญี่ปุ่นสามารถจับตัวอย่างที่ยังมีชีวิตได้ตัวหนึ่งในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมา ในเมืองชิซุโอะกะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ซึ่งเชื่อว่าปลาตัวนี้ลอยขึ้นมาเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากความร้อนที่ขึ้นสูงของอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายไป
        ฉลามครุย มีรูปร่างลักษณะที่แปลกประหลาดอย่างมาก ตัวมีสีน้ำตาลเข้มหรือเทา หัวมีลักษณะคล้ายกิ้งก่า มีจมูกป้านตัด มีปากขนาดใหญ่ มีฟันเรียงเป็นแถวตอนลึกประมาณ 30 ซี่ โดยฟันแต่ละซี่มีลักษณะเป็นสามง่ามเล็ก ๆ จำนวนมาก ฟันของมันทำหน้าที่เป็นตะขอนับพัน เพื่อใช้เกี่ยวเหยื่อ
ลักษณะเด่นอีกอย่างของฉลามครุยคือ มีแถบเหงือกอยู่ข้างละ 6 ริ้ว โดยเหงือกแต่ละแถบจะปรากฏเป็นฝอย ๆ ยื่นโผล่ออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเหงือกแถบหน้าสุดจะเป็นฝอย ๆ ยื่นใหญ่กว่าเหงือกแถบอื่น ๆ จนเหมือน และเหงือกแต่ละริ้วก็มีลักษณะลึกเข้าไปในลำคอ จนเหมือนพวกมันถูกแล่ด้วยมีดจนคอเกือบขาด ซึ่งก็เป็นลักษณะตามธรรมชาติของฉลามครุย

        เชื่อว่าปลาฉลามชนิดนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในเขตน้ำลึกใกล้นอร์เวย์, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์และชิลี





ปูเยติ



ปูเยติ

        ปูเยติ (yeti crab) มีชื่ออีกชื่อหนึ่งคือ กีวะ ฮิรซูตะ (kiwa hirsute) เป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกโดยจะอยู่ก้นมหาสมุทร และเป็นสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็งค้นพบในปี 2005 ในทางใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ความยาวซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 15 ซม. หรือประมาณ 5.9 นิ้ว โดยที่ก้ามและขาของมันจะมีขนหนาสีขาวปกคลุม เหมือนชาวเยติซึ่งเป็นที่มาจากมนุษย์เยติแห่งยอดเขาฮิมาลัย คนจึงเรียกมันว่า yeti crab หรือบางครั้งก็จะเรียกมันว่า lobster crab มันถูกค้นพบในทะเลลึก ของมหาสมุทรแปซิฟิก ( South Pacific ) ห่างไปทางใต้ของเกาะอีสเตอร์ 1500 กิโลเมตร ในน่านน้ำของประเทศชิลี ( Chile )ที่ระดับความลึก 2,200 เมตร (7,200 ฟุต) จะอาศัยอยู่ตามปล่องไฮโดรเทอมอล ถูกค้นพบในเดือนมีนาคม 2005 โดยกลุ่มของ Robert  Vrijenhoek ในสถาบันวิจัย Monterey Bay Aquarium Research Institute และประกาศเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2006  หลังจากการค้นพบหนึ่งปีนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษา ปูเยติ ต่างลงความเห็นว่ายังมี มีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับ ปูเยติ ที่พวกเรายังไม่เข้าใจมันและหนึ่งในปริศนานั้นก็คือ   ขนจำนวนมากที่ปกคลุม ก้าม และขา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนบอกว่า บนเส้นขนเป็นกับดักแบตเทอร์เลีย ที่ปูเยติใช้หาอาหาร แต่มีบางคนแย้งว่าเชื้อเหล่านั้นมีหน้าที่เป็นตัวกรองแร่ธาตุึที่มีพิษ ที่พ่นออกมาจากช่องใต้ทะเล




เยติ หรือ มนุษย์หิมะ ( Yeti, Abominable Snowman)  เยติ เป็นชื่อที่ใช้เรียกสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง ในความเชื่อของชาวเชอร์ปา ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศเนปาลและธิเบต โดยเชื่อว่าเยติ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่คล้ายมนุษย์ผสมกับลิงไม่มีหางคล้าย กอริลลา มีขนยาวสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลดำปกคลุมทั้งลำตัว โดยปรกติแล้ว เยติเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสงบเสงี่ยม แต่อาจดุร้ายโจมตีใส่มนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้ในบางครั้ง


ปล่องไฮโดรเทอร์มอล คือรอยแยกบนเปลือกผิวโลกที่มีน้ำร้อนไหลออกมา ปรกติจะพบใกล้กับแหล่งภูเขาไฟที่ที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ออกจากกันในแอ่งมหาสมุทรและฮอตสปอต




วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ปลาแองเกลอ



ปลาแองเกลอ

        ปลาแองเกลอ (anglerfish) เป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะที่น่ากลัวมาก จะอยู่ในทะเลน้ำลึก ลึกมากจนแสงอาทิตย์ไม่สามรถที่จะส่องถึงได้ เป็นปลาที่ อาศัยอยู่ในน้ำลึกมากกว่า 200 เมตร จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จึงได้มีการคาดเดาว่า ปลาแองเกลอวิวัฒนาการเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 130-100 ล้านปีที่แล้ว หรือในช่วงกลางของยุค cretaceous
    

    ลักษณะของปลาแองเกลอ

        ปลาแองเกลอมีขนาดรูปร่างไม่ใหญ่นัก รูปร่างที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมาจะมีขนาดประมาณ 4 ฟุต ร่างเป็นทรงกลม ปากกว้างและมีฟันจำนวนมาก พวกมันใช้วิธีการ สร้างอวัยวะที่ทำหน้าที่พิเศษขึ้นมา ด้วยการดัดแปลง ครีบหลังอันแรกเป็นเส้นเนื้อโผล่ขึ้นมาบริเวณหัวดูคล้าย คันเบ็ดตกปลาบนหน้าผาก ปลายเบ็ดมีลักษณะเป็น กระเปาะเพื่อเก็บแบคทีเรียซึ่งเรืองแสงในที่มืดได้ นั่นคือ แบคทีเรียวิบริโอ ฟิสเชอรี เจ้ากระเปาะนี้จะมีชื่อว่า esca เมื่อปลาแองเกลอต้องการล่าเหยื่อ มันจะ กระตุ้นให้แบคทีเรียดังกล่าวเกิดการเรืองแสง พร้อมทั้ง แกว่งกระเปาะไปมา เหมือนเบ็ดตกปลาเพื่อใช้ในการล่อเหยื่อให้มาติดกับดัก เมื่อเหยื่อว่ายน้ำเข้ามาใกล้ๆ ปลาแองเกลอจะกินเหยื่อเป็นอาหารทันที่ ซึ่งพฤติกรรมในการล่าเหยื่อเช่นนี้ เป็นที่มาของชื่อ “Angler” ซึ่ง หมายถึงผู้ตกปลา


        ปลาแองเกลอสามารถขยายกรามและกระเพาะของมันได้ เพราะกระดูกของมันมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถกินอาหารที่ใหญ่กว่าตัวมันเป็นเท่าตัว แต่นั้ไม่ได้แปลกประหลาดเท่ากับการผสมพันธ์ของมัน  การที่นักวิทยาศาสตร์จับมันขึ้นมา สังเกตุเห็นได้ว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นตัวเมียหมดเลยและจะมีตัวปรสิตติดอยู่ที่ตัวของมันไม่เกินกว่า 6-7 ตัว แต่ที่ไหนได้ ปรสิตที่ติดอยู่กับตัวมันนั้นก็คือปลาแองเกลอตัวผู้ ตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียมาก ตัวผู้จะเกาะที่ร่างกายของตัวเมียอย่างถาวรโดยการใช้ฟันที่แหลมคม เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของตัวผู้ก้อจะค่อยๆหลอมเข้าร่างเดียวกันกับตัวเมีย ระบบหมุนเวียนเลือดก็จะเริ่มต่อกัน จากนั้นก็จะมีการเสียลูกตาและเครื่องในออกให้หมดเหลือแต่อวัยวะสืบพันธ์


ฉลามเมกาโลดอน



Megalodon

เมกาโลดอน

        เมกาโลดอน(megalodon) ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Carcharodon megalodon เมกาโลดอนภาษากรีกจะหมายถึง ฟันใหญ่ เป็นฉลามที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยมีมาและเชื่อกันว่าเมกาโลดอนจะมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคของ  Miocene และ Pliocene (16 – 1.6 ล้านปีก่อน)

     ลักษณะของฉลามเมกาโลดอน

        ขนาดของฉลามยักษ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด เมื่อค.ศ.1909 American Museum of Nature History จัดทำปากจำลอง ก่อนคาดว่าฉลามอาจมีความยาวถึง 45 เมตร นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่บอกในภายหลังว่า น่าจะเป็นขนาดที่ใหญ่เกินไป แต่ยังไม่มีใครสามารถระบุได้แน่ชัด ปัจจุบันมีการคาดว่าขนาดของฉลามเมกาโลดอน อาจมีความยาวประมาณ 20 เมตรหรือยาวกว่านั้น ฟันของเมกาโลดอน มีความยาวประมาณ 21 เซนติเมตร และมีขนาดกรามใหญ่ถึง 2 เมตร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเมกาโลดอนที่ยังอ่อน จะอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล และตัวใหญ่จะออกหากินตามทะเลเปิดและก้นมหาสมุทร โดยสามารถว่ายน้ำและโจมตีเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว
        ปัจจุบัน เมกาโลดอนได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วราว 15 ล้านปีก่อน แต่ยังเหลือปลาที่มีความใกล้เคียงกันที่สุดก็คือ ฉลามขาว แต่จะเล็กกว่าเมกาโลดอนถึงหลายเท่า ความใหญ่และน่ากลัวของเมกาโลดอนทำให้มีผู้นำไปสร้างเป็นนวนิยายและภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เช่น Shark Attack 3: Megalodon ในปี ค.ศ. 2002 หรือนวนิยายเรื่อง เมกาโลดอน นวนิยายแนววิทยาศาสตร์สยองขวัญ โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักเขียนและนักมีนวิทยาชาวไทย
        ฉลามชนิดนี้กินวาฬและสัตว์ใหญ่เป็นอาหาร อาศัยอยู่ทั่วโลก โดยมีการค้นพบซากฟอสซิลทั้งในยุโรป แอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย) นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าเมกาโลดอนสูญพันธุ์เพราะภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง วาฬย้ายถิ่นหาอาหาร จากทะเลเขตร้อนเข้าสู่เขตหนาวใกล้ขั้วโลก ทำให้ฉลามยักษ์ไม่มีอาหารกิน 


        จากที่ร่ำลือกันว่า ฉลามเมกาโลดอนนั้นได้สูญพันธ์ไปแล้ว มีรายงานการพบเห็นฉลามขาวยักษ์ในปี ค.ศ. 1918 โดยชาวประมงที่พบเห็นฉลามตัวนี้ที่มหาสมุทรแปซิฟิก และได้บอกว่า มันมีความยาวประมาณ 115 ฟุต ซึ่งใหญ่กว่าฉลามขาวและคาดว่าน่าจะไม่ใช่ฉลามขาว  เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ติดตั้งกล้องน้ำลึกเพื่อบันทึกภาพการกินเหยื่อของฉลาม และพบฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก โดยที่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่า มันคือฉลามชนิดไหน แต่อาจมีความเป็นไปได้ว่า คือ เมกาโลดอน





Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Best Hostgator Coupon Code